Program Convert

posted on 12 Feb 2010 22:09 by maxandmon

1.Xvidpsp5.0




สำหรับบางคนอาจต้องการ Microsoft Framework 3.0 นะครับ พอดีลืมไป - -*

1.1 Microsoft Framework 3.0



วิธีใช้ โปรแกรม Xvidpsp 5.0



ตั้งค่า Setting ตอนเปิดด้วยน๊า ด้านซ้ายมือนะ ปรับตามนี้เลยน้อ

Format > MP4 PSP AVC สามารถเลือกแปลงอย่างอื่นนอกจาก MP4 ได้ด้วยนะ

Denoise/Sharpen > Disbaled ไม่รู้ว่ามันคืออะไร อย่าไปยุ่งดีกว่านะ

ฺBrightness/Contrast > Disabled อย่ายุ่งเช่นกัน

Video Encoding > x264 HQ Ultra

Audio Encoding > AAC-LC ABR 128k

1.1 เปิดXvidpsp ขึ้นมา เลือก Open > ไฟล์หนังที่ต้องการ หรือจะเลือกเปิดจาก DVD ก็ได้ แต่ไม่ค่อยแนะนำ อ่า แล้วแต่คนชอบ ถ้าอยากชัด แนะนำโปรแกรมล่าง

1.2 พอกดเสร็จมันจะทำการโหลดสักพักนึง พอเสร็จก็จะเห็นตัวหนังในกรอบตรงกลาง กดเลือก Configure แล้วเลือก Ok

1.3 กด Save สามารถSave ที่ไหนก็ได้

1.4 แน่นอน ต้องกด Encode สิ แล้วก็รอมันแปลงจนเสร็จครับผม!!!


Tips

เราสามารถให้มันแปลงหลายๆอันได้ โดยที่เราไม่ต้องมาเสียเวลากดหลายครั้ง โดยการกดเลือกหนังก่อน แล้วทำจนถึงขั้นตอน1.3 อย่าเพิ่งกด Encode นะ แล้วไปเลือกหนังใหม่ แล้วก็ทำแบบเดิมจนกว่าจะครบหนังที่เราต้องการ แล้วค่อยกด Encode มันจะค่อยๆแปลงหนังไปเรื่อยๆ

Credit ผมคิดเอง - -* นั่งทำเองเลยพอดีหารูปไมไ่ด้อ่า
___________________________________________


2.Fairuse Wizard 2.90 DVDrip



วิธีใช้ โปรแกรม Fairuse Wizard
จากนั้นก็เรียกโปรแกรม FairUse Wizard ขึ้นมาครับ ตั้งค่าตามรูป จากนั้นกด Options



ตั้งค่าตามรูปครับ เลือก Destination folder ตามต้องการ แล้วกด Next



ตั้งชื่อโปรเจค แล้วกด Next



เลือกไฟล์ ISO ที่ก๊อปไว้คือ S:\EN_109961.ISO กด OK



เลือกตัวหนังที่ต้องการ วิธีดูก็อันที่เวลาเยอะสุดน่ะครับคือตัวหนัง จากนั้นกด Next



โปรแกรมจะสแกนตัวหนังและสร้างอินเด็กซ์ ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีครับ



จากนั้นจะปรากฎดังรูป ตรงนี้เราสามารถตั้งค่าได้หลายๆอย่าง เอาที่จำเป็นก่อนนะครับ กด "Auto set" ตรงส่วนของ "Cropping region" เพื่อคร๊อปหนังในส่วนแถบดำบน-ล่างออกไป



โปรแกรมจะสแกนตัวหนังนิดหน่อยเพื่อหาค่าคร๊อปที่เหมาะสม ใช้เวลาประมาณ 10 วินาที



สังเกตุตรงเส้นประ เมื่อคร๊อปแล้วก็จะเป็นดังรูปครับ



ทีนี้เลือกว่า จะเอาซับไตเติ้ลแบบไหน จะทำแบบแยกไฟล์ หรือจะปั๊มลงไปบนเนื้อหนังเลย ถ้าจะใช้แบบหลังก็ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร ถ้าจะใช้แบบแรกก็ตั้งค่าในส่วน "Subpicture options" ดังรูปครับ ส่วนตรงกรอล "Frame range" นั้นผมแนะนำสำหรับคนที่ต้องการทดลองโปรแกรมนี้ว่าให้เลือกช่วงแค่สั้นๆ เพื่อทดลองก่อนครับ เพราะการเข้ารหัสเป็น XviD ปกติจะใช้เวลานานแล้วแต่ความเร็วซีพียู วิธีการอาจใช้วิธีเปลี่ยนตัวเลขเอง หรือ ใช้สไลด์บาร์ช่วยเลือกช่วงที่ต้องการโดยการเลื่อนไปตอนต้นของช่วงที่ต้องการ แล้วกดปุ่มลูกศรข้างๆ Start: เพื่อกำหนดจุดเริ่มต้น จากนั้นเลื่อนสไลด์บาร์ไปยังจุดสุดท้ายแล้วกดปุ่มลูกศรข้างๆ End: เมือเรียบร้อยแล้วก็กด Next



หน้านี้ให้กด "Auto Detect" เพื่อให้โปรแกรมหาวิธีที่เหมาะสมในการเรียงเฟรมให้เป็นแบบโพรเกรสซีฟ



จะใช้เวลาประมาณ 10 วินาที



โปรแกรมจะรายงานวิธีที่เหมาะสม



และตั้งค่าให้โดยอัตโนมัต จากนั้นกด Next



ทีนี้ก็หน้าสุด ท้ายครับแล้วครับ ตรงนี้โปรแกรมจะมีบั๊กนิดหน่อยครับ ให้สังเกตุตรงกรอบ "Audio encodings" จะเห็นว่าทางซ้านรายงานเป็น 448k แต่ทางขวารายงานเป็น 192k



ให้กดเปลี่ยน ตรง "Audio 1" จาก AC3 ไปเป็น MP3 แล้วกดเปลี่ยนอีกทีกลับมาเป็น AC3 เหมือนเดิม ก็จะได้ค่าที่ถูกต้อง (บั๊กนี้เกิดกับหนังบางเรื่องเท่านั้นครับ ไม่ทุกเรื่อง วิธีดูก็เปรียบเทียบค่าทางซ้ายมือกะขวามือทุกครั้ง)



จากนั้นถ้าต้องการเพิ่มแทรคเสียงเข้าไปก็สามารถทำได้ง่ายๆครับ เช่นผมเพิ่มแทรคเสียงผู้กำกับเข้าไปแบบนี้ครับ




จากนั้นกด "Default settings" ในกรอบ "Video encodings" เพื่อความปลอดภัยครับ เพราะปกติค่าต่างๆของ XviD จะถูกเก็บไว้ใน System Registry การเปลี่ยนค่าต่างๆในโปรแกรมนึงอาจมีผลถึงอีกโปรแกรมนึงได้ เพื่อป้องกันความผิดพลาดจึงควรกด "Default settings" บ่อยๆ ยกเว้นจะแน่ใจว่าไม่มีโปรแกรมอื่นอีกแล้วที่ใช้ XviD



กด Yes เพื่อโหลดค่าดีฟอลต์ต่างๆในส่วนของ XviD



จากนั้นเลือก ขนาดของไฟล์ที่ต้องการที่ "Final file size" และจำนวนไฟล์ที่ต้องการที่ "Output file segments" ในกรอบ Files ทางขวามือ การเลือกขนาดไฟล์แบบนี้ใช้สำหรับคนที่คำนึงถึงขนาดมากกว่าคุณภาพ (ของภาพ) เช่น

* ถ้าต้องการเก็บหนังบนแผ่นซีดีแผ่นเดียว ก็ตั้งค่าตรงนี้เป็น 700 กับ 1
* ถ้าต้องการเก็บหนังบนแผ่นซีดี 2 แผ่น ก็ตั้งค่าตรงนี้เป็น 1400 กับ 2
* ถ้าต้องการเก็บหนังบนแผ่นดีวีดีแผ่นเดียว ก็ตั้งค่าตรงนี้เป็นอะไรก็ได้ที่ไม่เกิน 2000 กับ 1 (เพราะยังไม่มีเครื่องเล่นรุ่นไหนที่อ่านไฟล์ใหญ่กว่า 2000MB ได้ ย้ำว่า 2000MB นะครับ ไม่ใช่ 2GB ซึ่งเท่ากับ 2048MB)

ยังมีวิธีการอีกแบบนึงสำหรับคนที่คำนึงถึงคุณภาพมากกว่าขนาด ซึ่งวิธีนี้จะได้ภาพที่ดีกว่ามาก แต่มีข้อเสียคือขนาดของไฟล์จะไม่แน่นอนโดยจะขึ้นอยู่กับตัวเนื้อหนังว่ามี ฉากแอ๊คชั่นมากแค่ไหน ถ้ามีมากไฟล์ก็จะใหญ่ ผมนิยมใช้วิธีหลังนี้เพราะว่าสุดท้ายแล้วผมเขียนไฟล์ลงแผ่นดีวีดี ตอนท้ายจะมีการทดลองทั้งสองแบบเปรียบเทียบกันครับ ตอนนี้ใช้วิธีกำหนดขนาดของไฟล์ไปก่อน ตอนหลังเราจะมาดูการกำหนดคุณภาพของภาพกัน ตอนนี้ผมเลือก 2000 กับ 1 ครับ

หลังจากตั้งค่าขนาดของไฟล์แล้วก็มาถึงค่าความละเอียดที่ต้องการในกรอบ Resolution ครับ วิธีการเลือกตรงนี้จะขึ้นอยู่กับขนาดของทีวีครับ ถ้าเป็นทีวีจอใหญ่ๆ อาจต้องใช้ค่าสูง ถ้าทีวีจอเล็กก็ใช้ค่ากลางๆได้ และควรเลือกค่าความละเอียดที่เป็นค่ามาตรฐาน เช่น 720xNNN, 704xNNN, 640xNNN หรือ 480xNNN ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความเข้ากันได้กับเครื่องเล่นหลายๆรุ่น นอกจากนี้ต้องดูตรง "Compression Ratio" ด้วยครับ ตรงคอลัมน์ที่ 3 ค่าตรงนี้ควรอยู่ที่ประมาณ 100:1 หรือน้อยกว่า หรือถ้ามากกว่า 100:1 ก็ไม่ควรเกิน 150:1 ไม่งั้นภาพอาจจะแตกครับ วิธีการคือให้ลองดูครับ ว่าความละเอียดไหนเหมาะสม อันไหนที่ดูดีบนจอทีวี ในที่นี้ผมเลือก 704x320 ครับ

สำหรับคนที่เปิดดูบนคอมพิวเตอร์เป็นหลักให้กดเอา "Use TV display mode" ออกนะครับ แล้วเลือกความละอียดใหม่ ข้อแตกต่างก็คือถ้าเลือกทีวีโหมดภาพจะดูได้สัดส่วนบนจอทีวีแต่จะผิดสัดส่วน บนจอคอมพิวเตอร์ ถ้าไม่เลือกก็จะกลับกันครับ จากนั้นกด Next




โปรแกรมจะเริ่มการเข้ารหัสเป็น XviD โดยจะเริ่มการเข้ารหัสรอบแรกก่อน จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที



แล้วก็รอจนมันเสร็จละครับ แล้วจาได้ไฟล์ออกมาเป็นสกุล.avi ที่เหลือลบทิ้งเลยก็ได้นะครับ